แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Forex แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Forex แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

Update – 25/3/2556-5/4/2556

ไม่ได้อัพเดทการเทรดมาเป็นอาทิตย์ล่ะ วันนี้เลยขออัพผลงานรวบยอดเลยล่ะกัน กอรปกับช่วงนี้งานเยอะ เลยไม่ค่อยได้เทรดอะไรเท่าไหร่เลย

report_$10

ภาพบนเป็นผลงานบัญชี $10 เก็บเพิ่มมาได้อีกนิดหน่อยครับ

report_$67

ส่วนบัญชีนี้เป็นบัญชีเทรด $67 ก็สามารถเก็บกำไรเพิ่มมาได้อีก $10 ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจครับ ไม่ขาดทุนเป็นพอ

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

Update Week8–17/3/56-22/3/56

อัพเดทผลการเทรดสัปดาห์ที่ 8 ครับ สัปดาห์นี้ก็มีโปรเจคเพิ่มมาอีก 1 โปรเจค คือโปรเจคของพี่ที่ทำงานให้ทุนมาเทรด ด้วย $67 (2,000 บาท) นั่นหมายถึงตอนนี้ผมเองต้องรับผิดชอบในการเทรด ถึง 3 บัญชีด้วยกันครับ ได้แก่ บัญชีเทรดแข่งขันประจำเดือน ซึ่งตอนนี้อยู่อันดับ 4 ก็จะพยายามทำอันดับให้ดี ทำเต็มที่ล่ะครับ ส่วนจะได้รางวัลหรือไม่นั้น แล้วแต่วาสนาจะพาไปล่ะกันครับ อีกบัญชี คือบัญชีจริง $10 และบัญชีจริง $67 ซึ่งผลงานสัปดาห์นี้ก็ถือเป็นผลงานเป็นที่น่าพอใจทั้ง 3 บัญชีครับ วันนี้ขอเอาผลงานบัญชีจริงมาอัพเดทล่ะกันครับ

report_$10

ข้างบนเป็นบัญชี $10 ซึ่งล่าสุดทำกำไรไปได้ $30 ส่วนข้างล่างเป็นบัญชี $67 ซึ่งเทรดมา 2 วันก็เก็บกำไร ได้ $11

report_$67

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

New ProJect @ $67

วันนี้มีโปรเจคใหม่ มาให้เราทดสอบอีกแล้วครับ เป็นการลงทุนของพี่และเพื่อนที่ทำงาน โดยร่วมกันลงทุน แล้วให้เราเป็นผู้ดำเนินการเทรด โดยให้เวลาพิสูจน์ฝีมือในอีก 3 เดือนข้างหน้า แล้วมาดูกันครับ ว่าผมจะทำได้แค่ไหนกัน….หุๆๆๆๆ

ว่าแล้วก็ทำการเปิดบัญชี Mini Exness

deposit

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556

Update Week6–4/3/56-8/3/56

อัพเดทผลงานสัปดาห์ที่ 6 ครับ ผลงานสัปดาห์นี้ค่อนข้างผิดหวัง เก็บเพิ่มมาได้นิดหน่อยเอง ที่สำคัญคือพลาดเพราะให้กราฟหลอกได้ สัปดาห์นี้โดน sl ไปเต็ม ๆ เลย ก็ต้องสู้กันใหม่สัปดาห์หน้าล่ะกัน นิ่งให้มากกว่านี้

report

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

Update Week5–25/2/56-2/3/56

อัพเดทผลงานสัปดาห์ส่งท้ายเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ขอนับเป็นสัปดาห์ที่ 5 แล้วกัน นับตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ฝากเงินเข้าบัญชีเทรดเมื่อ 29/1/2556…สัปดาห์นี้ ก็ถือว่าทำผลงานพอใช้ได้ครับ

report

สัปดาห์ที่ 5 นี้เปิดออร์เดอร์ทั้งสิ้น 74 order เปิดถูกทาง 61 order คิดเป็น 82.43% และเปิดผิดทาง 13 order คิดเป็น 17.57% ซึ่งมีอัตราการชนะมากกว่า 80% สำหรับผมแล้วถือว่าสุดยอดแล้วครับ ซึ่งจำนวนออร์เดอร์ที่เปิดถูกทางส่วนหนึ่งมาจากการใช้สคริปช่วยครับ เปิดทีละ 10 order สามารถช่วยร่นระยะเวลาได้มากเลยครับ…มาสู้กันต่อไปในสัปดาห์ที่ 6 ครับ

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ผลงาน 22/2/2556

มาอัพเดทผลงานการเทรดของวันศุกร์ สุดสัปดาห์ ก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจครับ แต่เข้าเทรดเยอะไปหน่อยนึง ต้องปรับปรุงการเข้าออร์เดอร์ให้ดีกว่านี้ มาดูผลงานกันครับ

23-2-2013

เปิดออร์เดอร์ทั้งหมดถึง 17 order มีอัตราการชนะ 12 order คิดเป็น 70.59% และมีอัตราการแพ้อยู่ที่ 5 order คิดเป็น 29.41% ผลงานก็อยู่ในขั้นพอใจระดับนึง คงต้องปรับปรุงเรื่องวินัยในการเปิดออร์เดอร์ คงต้องเปิดออร์เดอร์ให้น้อยกว่านี้

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

สู้กันอีกรอบหน่อยสิ

จากที่โดนกราฟหลอกกินเงินซะเกลี้ยงพอร์ตไปเมื่อเช้า…ก็ได้เวลาสู้กันใหม่ ตอนเย็นหลังเลิกงาน รีบกดเงินแล้วแวะเข้าโลตัส จัดการโอนเงินเข้าพอร์ตจำนวน 1,000 บาท ค่าดำเนินการอีก 7 บาท รวมเบ็ดเสร็จแล้วมีเงินในบัญชี อยู่ $32.67  ไม่รอช้าครับ หลังจากชำระเงินที่โลตัสเสร็จแล้ว รีบบึ่งรถกลับบ้าน จัดการเปิดคอมทันที หลังจากเห็นกราฟแล้ว ก็จัดการเปิดออร์เดอร์ทันทีอย่างไม่รีรอ ด้วยความที่อยากเอาคืนเต็มที (ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด) ก็เลยโดนซะก่อนเลย -$1.82 ไม่วายยอมแพ้ รีบแก้ออร์เดอร์ทันที แต่ไม่รู้เป็นไร กราฟทำท่าร่วง ก็รีบเปิดชอตทันที แต่บระเจ้าช่วยกล้วยทอด เข้าปุ้บ มันก็รีบเด้งหนีทันที ไอ้หยา!!! มึงจะหนีตูไปไหนฟ่ะเนี่ย ลงมาก่อน แล้วมันก็ยึก ๆ ยัก ๆ จะลงก็ไม่ลง แต่ดูเหมือนแรงลงไม่มีเลย มันก็ขึ้นไปทีละนิด ๆ อะไรฟ่ะ เอาไงดีว่ะตู จะปิด ก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็ลง โชคยังเป็นของเราอยู่ มันเลยลงมาได้นิดหน่อย รีบปิดหนีเลย เก็บมาได้ $0.3 เฮ้อออ ทีบวกรีบหนี ทีลบถือยาวเลยน่ะตู…พอปิดออร์เดอร์ได้ ก็ไปทานข้าวกับเด็ก ๆ วันนี้วันเด็ก แต่ไม่มีอะไรเลี้ยงเด็ก เลยแวะไปบ้านแม่ ให้แม่เลี้ยงเด็กแทน 55555 ประหยัดไปอีกมื่อ

เมื่ออิ่มท้องแล้ว ก็กลับบ้านมาดวลกันกับกราฟอีกรอบ พอเห็นกราฟ บระเจ้า พุ่งมาซะไกลเลยน่ะเนี่ย (เสียดาย) พอเห็นปิดแท่ง 1H สวยงาม เลยเปิด BUY ไปทันที แล้วมันก็ยึก ๆ ยัก ๆ สักพัก แล้วก็ขึ้นมาให้เราปิดได้ ไม่ยากเย็นนัก เลยเก็บเพิ่มมาได้อีก $3.33 ยังเหลืออีกไม้ที่ยังเปิด buy คาไว้ เผื่อมันจะขึ้นไปอีก จะได้ไม่เสียดายทีหลัง ถ้าไม่นี้มันไม่ขึ้น แล้วมันลงมากิน stop loss ก็ไม่เสียหลาย เพราะเราเลื่อน sl มาอยู่สูงกว่าจุดเปิดแล้ว จบไม้นี้ได้ ก็คงปิดคอมนอนล่ะครับ แล้วมาสู้กันใหม่สัปดาห์หน้าครับ ไปล่ะ…

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ส่งท้ายสัปดาห์ที่ 2 อย่างน่าเศร้า…

ปิดการเทรดแค่เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้นครับ สำหรับการเทรดรอบนี้ ไม่ได้พลาดที่ระบบน่ะครับ แต่พลาดที่ตัวล้วน ๆ ลงลอตหนัก ด้วยคิดว่า มันจะขึ้น ลง เป็นเหตุการณ์ซ้ำๆซาก ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ทำไมเราไม่เคยจำสักที เฮ้ออออ จบไปด้วยทุน 1000 บาท เพียง 7 วัน ของการเทรดเท่านั้น ….

แต่ผมจะไม่มีวันยอมแพ้มันแน่นอน ผมจะต้องกลับมาให้ได้ ต้องบังคับตัวเองให้ทำตามระบบให้ได้ แล้วเจอกันอาทิตย์หน้าครับ….

sorry

แท่งมหาโหดต้อนรับปีใหม่

ขอระบายหน่อยเถอะ …จากที่เล่น forex มา ย่างเข้าปีที่ 3 ผมเพิ่งมีโอกาสได้เห็นแท่งมหาโหด ก็วันนี้เองครับ แท่งเดียววิ่งร้อยกว่าจุด โหดเหลือร้าย ที่เสียดายคือผมปอดเกินไป รีบปิดตั้งแต่ไก่ไม่ทันโห่ เลยได้มานิดหน่อยเอง เฮ้ออออ เห็นแล้วเสียดายเลยครับพี่น้องครับ….ดูกันเอาเองครับว่า แท่งมหาโหด มันโหดสมชื่อหรือเปล่า….

แท่งมหาโหด

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

Update - สัปดาห์ที่ 1 (3-4 /01/56)

ผ่านพ้นไปแล้วครับ กับเทศกาลปีใหม่ หลาย ๆ ท่านก็ฉลองกันเต็มที่ ผมเองก็แทบลุกไม่ไหวเลยทีเดียวเชียว เล่นฉลองกันถึงตีสาม ตีสี่ ใครจะมีแรงลุก จริงมั้ยครับ…55555

เข้าเรื่องการเทรดเลยละกัน สัปดาห์แรกของการเริ่มเทรด สัปดาห์ นี้ได้เทรด 2 วัน ผลงานเป็นที่น่าพอใจมากครับ วันแรกกราฟเข้าทาง ปิดทำกำไรได้ทุกไม้ มาวันที่สอง กราฟก็เข้าทางครับ แต่ว่าจุดเข้าของเรายังไม่ดีพอ และก็ตั้ง SL น้อยไป ก็เลยโดนมันกินซะเลย แต่ก็ยังดีครับ แก้ตัวมาได้คืน เราคงต้องหาจังหวะเข้าออร์เดอร์ให้ดีกว่านี้ และจะต้องมี SL ทุกครั้ง และก็จะไม่พยายามเอาอารมณ์ของตัวเองมาร่วมด้วย ไปดูผลงานสัปดาห์นี้กันเลยครับ

ผลงานวันแรก

03012013

ผลงานวันที่สอง

04012013

ไปลุ้นกันต่อสัปดาห์หน้าครับ

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ผลงานวันแรก-07122555

ผลงานวันแรก ก็ถือว่าทำได้เป็นที่น่าพอใจครับ และก็เป็นไปตามแผนครับ เกินมานิดหน่อย ออร์เดอร์ที่ติดลบ เป็นการเข้านอกระบบที่วางไว้ โดยผมเห็นรูปแบบของแท่งเทียน เป็น pinbar ที่กราฟ 1 ชั่วโมง คิดว่าน่าจะมีการรีบาวน์ขึ้นมา ก็เลยเข้า buy กราฟก็ขึ้นมาครับ แต่ขึ้นมาได้นิดหน่อย ไม่ถึง tp ที่ตั้งไว้ แล้วมันก็ร่วงมากิน sl เรา ผมก็เลย sell ตามไป เพิ่ม lot เป็น 2 เท่า ก็เลยตามเอาทุนคืนมาได้+กำไรมานิดหน่อย หลังจากปิดออร์เดอร์ได้ ก็หยุดเทรด ใจมันบอกเข้าอีก ๆ แต่ก็พยายามยับยั้งตัวเองว่าอย่าเข้าอีกน่ะ ไม่งั้นอาจโดนเจ้าเอาคืนแน่ ๆ ….ก็เลยปิดกราฟหนีซะเลย จะได้ไม่ต้องเสียดาย….

07122555

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ระบบเทรด และกฎการเข้าซื้อ-ขาย

ในการเทรด เราจะต้องมีระบบที่ชัดเจน แล้วก็ทำตามระบบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้แต่ละก้าวของแผนที่เราจะเดินไป สามารถก้าวไปได้อย่างมั่นคง ผมจึงขอยึดระบบเทรดที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ครับ ผมขอเรียกระบบเทรดนี้ว่า MA-Major Line System ซึ่งเป็นระบบ major line ที่ผมเอามาปรับแต่งเพิ่มเติม เพื่อให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นครับ ระบบเทรดนี้ประกอบด้วย

ma-majorline system

  1. major line template เป็นหน้าตาระบบพื้นฐาน ซึ่ง แบ่งเป็นเส้นแนวนอนไว้แล้ว
  2. Moving Everage ประกอบด้วย MA21 และ MA50
  3. MACD ตั้งค่าเป็น 25 , 35 ,9
  4. Stoch ดูแนวการซื้อ- ขาย

กฎการเข้า Buy

  • ราคาอยู่เหนือ MA21
  • MA21 ตัด MA50 ขึ้น
  • MACD อยู่เหนือเส้น zero line (0)
  • Stoch ตัดขึ้น หรือดูการเกิด Divergent

กฏการเข้า Sell

ตรงข้ามกับการเข้า Buy

ซึ่งจากที่สังเกตุการวิ่งของราคา มักจะวิ่งไปหาตัวเลขกลม ซึ่งก็คือ เส้น major line นั่นเอง ลองสังเกตุกันดูน่ะครับ ตัวเลขกลม ๆ มีผลทางจิตวิทยาไม่ใช่น้อย…

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สรุปผลงานตามแผน ณ 6/12/2555

ผ่านมา 3 วันแล้วกับแผนการเทรด 9 ปี ด้วยทุน $4 กว่า ๆ มีการนอกระบบไปพอสมควรครับ สรุปแล้วผลงาน 3 วัน ขาดทุนไป 20 เซนต์กว่า ไม่เป็นไร สู้กันใหม่ เหลือเวลาอีกหลายวันอยุ่ ที่จะแก้คืน เพื่อไปตามเป้าหมายที่วางไว้ มาลุ้นกันต่อไปครับ

balance-061255

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

+++ แผนการเทรด Forex ระยะเวลา 9 ปี +++

ห่างหายไปนานเลยทีเดียวเชียว ก็ไม่ได้ไปไหนครับ ก็ยังเทรดอยู่เหมือนเดิม กำลังซุ่มทดสอบระบของตัวเอง ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน วันนี้เลยถือโอกาสเอาแผนการเทรดมาลงไว้ก่อนล่ะกัน เป็นแผนการเทรดระยะยาวครับ ใช้ระยะเวลา 9 ปี ในการเทรด โดยใช้ทุนในการเทรดต่ำคือ $5 หรือ ประมาณ 150 กว่าบาท คิดที่ 30 บาท/ดอลล่าห์ โดยเป้าหมายในการเทรดในแต่ละเดือนคือ 10% ก็ไม่ยากครับ แต่ที่ยากคือจะควบคุมอารมณ์ และจิตใจของเรายังไงให้ทำตามระบบให้ได้ ซึ่งผมเองเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของเราแน่ ๆ มาพิสูจน์กันครับ กับเป้าหมาย 9 ปี เราจะทำได้ตามแผนหรือไม่ เป้าหมายมีไว้พุ่งชน…

plan9y

เริ่มโครงการเทรด ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2555 ถึง ธันวาคม 2564

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ออร์เดอร์บ่ายนี้ – 11/10/2555

เหงา ๆ ว่าง ๆ เลยเอารูปออร์เดอร์ที่เข้าวันนี้ ตอนบ่ายโมงกว่า ๆ หลังจากที่มอง TF ใหญ่ ๆ แล้ว มันน่าจะลง เลยจัดซะเลย ขึ้นก็ชอต ขึ้นอีกก็ชอตอีก ก็เลยเป็นตามภาพที่เห็นน่ะครับ ตอนนี้ราคาลงมาล่ะ แต่จะลงไปถึงไหนก็ยังไม่รู้เลย ว่าแล้วก็ไปดูมันก่อนล่ะ ว่าจะลงไปยาวมั้ยน่ะ…

today

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดวลกันอีกสักตั้ง

เดือนนี้ (ต.ค.55) ได้สมัครลงแข่งขันเทรด Exness Demo ของ thailandinvestorclub.com ก็ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่ลงน่ะครับ มีจัดแข่งกันทุกเดือน และผมก็ลงแข่งกะเขาทุกเดือนครับ แต่ไม่เคยมีรางวัลติดมือเลยครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นำโด่งมาตลอดเลยครับ แต่ก็มาพลาดช่วงท้าย ลง Lot หนักเกินไป กะว่าจะนำให้ขาดไปเลย และก็นำขาดจริง ๆ ครับ แต่ไม่ได้เป็นผู้นำน่ะครับ ถูกเขานำซะขาดลิ่วเลย ตามยังไงก็ไม่ทันแล้ว ก็เลยต้องยอมแบบสิ้นท่าเลยครับ….55555

มาเดือนนี้กะเต็มที่เหมือนเคยครับ พยายามตั้ง SL (Stop Loss) ทุกครั้งที่เข้า หรือถ้าไม่ตั้ง ก็จะนั่งดูกราฟ ถ้ามันไม่ไปตามที่เราเข้า ผมก็จะเปิดออร์เดอร์สวนเลย และก็เพิ่ม Lot เข้าไปอีก เป็นการแก้ทางออร์เดอร์แรกที่เราเข้า และกราฟก็มักเป็นใจ ให้ปิดออร์เดอร์ได้ ซึ่งก็ต้องดูกันอีกยาวเลยครับ กว่าจะจบการแข่งขัน ไปดูผลงาน 2 วันที่ผ่านมากันดีกว่าครับ

2day

2day-result

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Exit Strategy] Part 8: My Approach to Exits (3)

[Exit Strategy] Part 8: My Approach to Exits (3)

My Approach to Exits = วิธีการออกของฉัน (3)

กำหนดการออกข่าวเศรษฐกิจ

1.เมื่อถึงเวลากำหนดออกข่าวเศรษฐกิจ ซึ่งรู้กันอยู่แล้วว่า จะแกว่งตัวแรง ให้ปิดออเดอร์ให้หมด, ในกรณีถ้าออเดอร์กำไรอยู่ ก็ให้บีบ Stop Loss เข้ามาไว้ใกล้กว่าเดิม, ถ้าคาดการณ์ว่า จะแกว่งตัวสุดๆ (เช่น ข่าว Non-Farm ประจำเดือน หรือ อัตราดอกเบี้ย) อาจจะยกเลิกส่วนที่สองทิ้งไป (Note ผู้แปล: หมายถึง เขาจะปิดออเดอร์ในส่วนการบริหารออเดอร์ที่การออกขึ้นอยู่กับภาวะตลาด เพื่อหลบข่าว), นี่เป็นเรื่องจำเป็น มันเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ ก็ช่วยเพิ่มความยืนหยุ่นที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการออก ให้สอดคล้องกับสภาวะของตลาดได้

ผมเคยกล่าวไว้แล้วว่า กลยุตธ์การออกแบบนี้ เป็นวิธีที่ผมเห็นว่า มีประสิทธิภาพมากที่สุด แม้ว่ามันไม่ใช่วิธีที่กำไรเยอะที่สุด, ที่จริงจากการทดสอบพบว่า ถ้าผมออกด้วย ส่วนที่สองอย่างเดียว (แบบที่การออกขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาด) จะให้ได้กำไรที่ดีขึ้นกว่าเดิม, แต่ผมก็ชอบแบบที่ใช้อยู่ปัจจุบัน เพราะมันเหมาะกับจิตวิทยาของผม เนื่องจากผมต้องการกำไรอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะได้น้อยกว่าก็ตาม

เพราะจิตวิทยาแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่า วิธีออกของผม จะเข้ากันได้กับวิธีการเทรดของคุณเลยสักนิด ดังนั้น ให้รับเอาส่วนที่คุณรู้สึกว่าชอบ และ ทดสอบมันว่าเหมาะกับวิธีการเทรดของคุณหรือไม่, กุญแจสำคัญอยู่ที่ “ทดสอบ”, ขอให้ทดสอบทุกอย่างให้เพียงพอ ก่อนจะเอาไปใช้จริงเสมอ

การออกแบบแบ่งออเดอร์ของผม มีส่วนประกอบย่อยๆหลายส่วน และ แต่ละส่วนสามารถปรับเปลี่ยนได้ ดังนั้น ให้รับเฉพาะบางส่วนแล้วเอาไปปรับให้เข้ากับตัวคุณ และ อย่าจำกัดอยู่กับแค่การทดสอบแบบ แบ่งออเดอร์เพียงอย่างเดียว ทำไมไม่ลองทดสอบ ขนาดของออเดอร์ที่แตกต่าง ในส่วนต่างๆ ที่ราคาต่างๆด้วยละ ? (Note ผู้แปล : เขาต้องการสื่อว่า ให้ทดสอบ แปรค่าหลายๆ Factor ดูด้วยเผื่อจะเจอแบบที่ใช่กับตัวเอง)

ตัวอย่างการมีระบบที่เหมาะสมกับจิตวิทยาของตนเอง ซึ่งสอนใน Advance Technical Class by Rojer FX

คำแนะนำจากผู้เชียวชาญ

ผมหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์บ้างแล้วเมื่ออ่านถึงตรงนี้, ผมอยากจะตบท้ายด้วยการขอบคุณอาจารย์ทั้งหลายของผม ที่มีส่วนในการประสิทธิ์ประสาทความรู้ และขัดเกลาความเชื่อเกี่ยวกับการเทรดของผม จนได้ระบบบริหาร และ วิธีการออกของผมนี้, ผมจะขอบคุณด้วยการนำคำพูดของพวกท่านอาจารย์เกี่ยวกับเรื่อง เทคนิคการออก มาถ่ายทอดให้ผู้อ่านไปด้วยในตัว

Larry Williams จาก “Long Term Secrets to Short Term Trading”

- ผมมีระบบความเชื่อ ที่แข็งแกร่ง และ ทำกำไรได้ จากประสบการณ์ของผม : เมื่อผมเข้าออเดอร์แล้ว ผมจะถือว่า เป็นออเดอร์ที่ผมจะแพ้, คิดไว้ว่าผมเป็นคนขี้แพ้อย่างนี้แหละ (Note ผู้แปล : ผมคิดว่าเขาจะสื่อว่า การแพ้เป็นส่วนหนึ่งของการเทรด และ พร้อมจะ cut loss เพื่อยอมแพ้ทุกเมื่อ แบบ ไม่ดื้อ ฝืนทนถือ ถ้าคิดว่าตัวเองแพ้แล้ว)

- ทุกครั้งที่บาดเจ็บหนัก ล้วนเกิดจากความคิดว่า ออเดอร์นี้ผมจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งจะทำให้ผมเริ่มเล่นนอกแผน, เหมือนที่พูดไว้ข้างบนว่า ถ้าคุณคิดว่าคุณจะเป็นฝ่ายแพ้แต่แรก เชื่อสิว่าคุณจะป้องกันตัวได้อย่างดีเสมอ

Mike Reed, จากบทความยอดเยี่ยมทั้งหลายจากเวปไซด์ และ หนังสือของเขา "Read the Greed"

- สิ่งที่คุณต้องคิดเสมอคือ “จำกัดความเสี่ยง” ผมสนใจสิ่งนี้มากกว่าทุกอย่างในการเทรด

- เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จทุกคนที่ผมรู้จัก มีวิธีการหนีออกก่อน ในกรณีการเทรดเริ่มส่อแววแย่

- ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางใดก็ตาม การระบุวิธีออกเมื่อแพ้ เป็นกุญแจของการเทรด

- อย่าปล่อยให้ออเดอร์กำไร ย้อนกลายเป็น ขาดทุนเด็ดขาด, แม้ว่าการพยายามทำแบบนั้นจะก่อให้เกิดอาการตกรถก็ตาม (ออกเร็วก่อนเทรนจริง) คุณก็ต้องยอมรับมันได้, การเฝ้าหวังแจ๊คพอร์ต จะทำลายการเทรดของคุณ (ความโลภ), มันไม่มีสูตรคณิตศาสตร์ใดๆที่จะใช้ได้ในการออก (เช่น ย้าย Stop มาที่เท่าทุน หลังจากคุณได้กำไร 3 pip), คุณต้องพัฒนาทักษะที่จะบอกได้ด้วยความรุ้สึกว่า ตลาดตอนนี้กำลังเคลื่อนไหวอย่างไรอยู่ แล้ว ใช้ทักษะความรู้สึกนั้น ในการปรับ Target หรือ เลื่อน Stop, สิ่งเหล่านี้จะมาจากประสบการณ์ (Note ผู้แปล : อย่างที่ผมสอนใน Advance Technical Class ว่า Price Action บางเรื่องมันถ่ายทอดไม่ได้ เพราะว่า รายละเอียดและความแปรปรวนมันมากเกินจะมาเขียนออกมาเป็นข้อๆ แล้วเอามาสอน ถ้าจะทำแบบนั้น เรื่องหนึ่งๆ อาจจะต้องสอนให้ดูสองร้อยรูปแบบ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ)

- พูดให้ง่ายคือ ถ้าความได้เปรียบหายไป ให้เผ่นซะ

เมื่อผมจะเข้าออเดอร์ ผมเข้าก็ต่อเมื่อผมได้เปรียบ แล้วนาฬิกาก็จะเริ่มหมุน, ถ้าผมเข้าถูกทาง ราคาควรจะวิ่งตามทิศของผมในไม่ช้า, เราไม่ควรคิดเอาเองไว้ก่อนว่า เราถูกทาง แล้วปล่อยให้ราคาวิ่งทางตรงข้ามไปเรื่อยๆ เพียงเพราะอยากจะเป็นฝ่ายถูก, สิ่งที่ควรทำในกรณีแบบนั้นคือ ควรจะประเมินว่า เราอยู่ผิดทางแล้ว และออกทันที, คุณจะต้องอยู่บนความคิดเบื้องต้นว่า เราอยู่ผิดทางไว้ก่อน และ อย่าปรับมาคิดว่า เราอยู่ถูกทาง จนกว่าจะมีหลักฐานที่หนักแน่นพอ

Larry Conners and Linda Rashcke, จาก "Street Smarts":

- เป้ามายหลักของการเทรด คือ การลดความเสี่ยงให้น้อยสุด ไม่ใช่ การทำกำไรให้มากสุด

- จำไว้ว่าทั้ง การเทรดแบบสั้น และ การเทรดด้วยระบบ, ผลกำไรหลักๆจากการเทรดในแต่ละเดือนนั้น มักมาจากออเดอร์ส่วนมาก (ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่) ที่ตัดสินกันด้วย pip เพียงล็กน้อย (ส่วนกำไรจากออเดอร์ใหญ่ๆ จะมีแค่สองสามครั้งต่อเดือน) จึงเป็นสิ่งที่สำคัญว่าออเดอร์ส่วนใหญ่ เวลาแพ้ ก็ต้องให้ความเสียหายนั้นเล็กด้วย

- ถ้าคุณจำกัดการแพ้ให้น้อยที่สุดไว้ได้ทุกออเดอร์ คุณจะชนะ 80%

- จงดีใจ ถ้าได้กำไรแจ๊คพอร์ต แต่ อย่าไปเฝ้าคอยมัน, ตลาดจะเป็นผุ้กำหนดว่าจะให้กำไรมากแค่ไหน, ส่วนตัวเรากำหนดได้ในเรื่อง ขาดทุนมากแค่ไหน

- ทักษะที่ดีที่สุด คือเรื่อง ทำอย่างไรไม่ให้เสียเงิน

- มันอาจจะไม่มี Perfect Exit Strategy, แต่หลักการคือ คุณต้องปิดทำกำไรเมื่อมีกำไร แม้ว่ามันจะหมายถึงการออกเร็วไป (ตกรถ)

- ผุ้คนมักจะทำผิด ในลักษณะไปจดจ่อกับออเดอร์หนึ่งๆ ซึ่งเป็นแค่ หนึ่งในออเดอร์ทั้งหมด 20 ออเดอร์ของเงินทั้งหมด และไม่สนใจ อีก 19 ออเดอร์ที่เหลือ (Note ผู้แปล : คงหมายถึงว่า การชนะ หรือแพ้ ออเดอร์หนึ่งๆ ก็เป็นแค่ส่วนเดียว อย่าเก็บมาเป็นอามรณ์ ที่จะกระทบต่อการเทรดครั้งต่อๆไป)

ตอนหน้า จะมาสรุปบทความทั้งหมดจากเล่มนี้ จะพยายามให้ออกมาในลักษณะรูปธรรมมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อที่จะเอาไปใช้ได้จริง ในสถานการณ์จริงกัน

----------- แปลโดย Rojer FX, http://www.facebook.com/rojer.fx.3 , จบ Part 8 --------

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Exit Strategy] Part 7: My Approach to Exits (2)

[Exit Strategy] Part 7: My Approach to Exits (2)

My Approach to Exits = วิธีการออกของฉัน (2)

วิธีการวาง Stop Loss ตอนเข้า

1.การวาง Stop Loss ตอนเข้า จะต้องแคบ แต่ก็ต้องกว้างพอจะทนการแกว่งในระดับ noise ได้, ในอุดมคติ คือให้วาง ไกลกว่า swing high/low เก่าเล็กน้อย หรือ ปลายแท่งเทียนที่ใช้เข้าเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เหมาะสมในแต่ละครั้ง),Stop Loss ควรจะทำหน้าที่เป็นตัวพาเราออกจากตลาด ถ้าผมเข้าผิดทางหรือจังหวะ, ในกรณีที่ตลาดไม่ได้วิ่งอย่างราบเรียบ หรือ ตลาดมีตัวแท่งเทียน overlap กันมาก (Note ผู้แปล: หมายถึงมีการแกว่งตัวออก sideway เยอะ) ให้วาง stop loss ให้ไกลเพิ่มขึ้นอีกสัก 2-3 pip เผื่อทนการทดสอบเล็กๆน้อยๆ และ ทนการทะลุ Break out หลอก

ตัวอย่างหลักการวาง Stop Loss ที่ดี ซึ่งผู้แปล Rojer FX สอนใน Advance Technical Class

ใช้หลักการเดียวกับผู้แต่ง

2.ธรรมชาติของวิธีเข้าของผมคือ ถ้าเข้าถูกจริง ราคาจะวิ่งไปทางที่ผมต้องการอย่างเร็ว ดังนั้นถ้าราคาไม่เป็นไปตามที่คาด คือรู้แล้วว่าผิดทาง ผมก็จะพิจารณาออกก่อนถึง Stop Loss ที่วางไว้, เพื่อลดการขาดทุนให้น้อยลงไปอีก

2a. ผมจะออกก่อนถึง Stop Loss ถ้าการเคลื่อนไหวของราคาบอกว่า การเข้าของผมผิดแล้ว เช่น การที่ราคาอยู่นิ่งเป็นเวลานานๆ, โมเมนตัมของการวิ่งเริ่มลด หรือ เริ่มมีสัญญาณกลับตัว, เราควรออกจากตลาดไปก่อนตอนไม่แน่ใจ แล้วถ้าเห็นรูปแบบที่ควรเข้าภายหลัง ค่อยกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งแบบนี้ดีกว่าการจะมาถือแช่ไว้แล้วภาวนาว่ามันจะถูกทาง

2b. เมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่แน่ใจในออเดอร์ที่เข้ามาแล้ว ผมจะออกไปก่อน แล้วก็วิเคราะห์ใหม่, ดีกว่าจะปล่อยทิ้งไว้ให้ชนด้านใดด้านหนึ่งระหว่าง Target กับ Stop (Note ผู้แปล: พูดให้เห็นภาพง่ายขึ้นคือ ให้หยุดรถกลางทางได้ โดยไม่ต้องวิ่งไม่หยุดจนกว่าจะถึงจุดหมาย ทั้งจุดหมายด้านหน้า หรือ ด้านหลัง)

2c. ถ้าเวลาล่วงเลยมาสักระยะแล้ว แต่ราคามาไม่ถึงจุดที่หวังไว้ (ปกติแล้ว สามแท่งเทียน, แต่ก็ยืดหยุ่นได้ตามสภาวะตลาด) ผมจะพิจารณาออกเลย หรือ อาจจะเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาให้แคบลงกว่าเดิม ถ้าทำได้

2d. การเทรดสวนเทรน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกว่ามาก พร้อมกับการคาดว่าจะออกเร็ว

การบริหาร ออเดอร์ระหว่างการถือ

1.ในกรณี โมเมนตัมของราคาเริ่มอ่อนลง ให้เลื่อน Stop ขึ้นมาอย่างเร็ว และ ในกรณีที่กำไรอยู่เล็กน้อย ถ้าทำได้ให้เลื่อน Stop มาที่เท่าทุน, ทั้งสองกรณีที่กล่าวมา ถ้าราคาแค่ย่อตัวเล็กน้อยก่อนที่ราคาจะวิ่งออกไปถูกทางของเรา อาจจะทำให้โดน Stop เร็วไป แต่ผมก็ยอมรับได้ เพราะการย่อตัวเพียงเล็กน้อยที่ว่านั้น บ่อยครั้งก็กลายเป็นการเปลี่ยนทิศไปทางตรงข้ามจริงๆ, ฉะนั้นผมถือว่าการที่ผมได้ลดความเสี่ยงลงแบบนี้ ผมทำถูกต้อง, ผมสามารถที่จะประเมินสถานการณ์ใหม่ แล้วกลับเข้าไปได้เมื่อโอกาสเหมาะ หรือ แม้ว่าราคาจะวิ่งออกไปไกลโดยไม่มีผม (ผมตกรถ) ผมก็ว่าผมทำถูก เพราะผมไม่เสี่ยงขาดทุน มากกว่าจ้องจะเอากำไร

2. การเทรดสวนเทรน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกว่ามาก พร้อมกับการคาดว่าจะเลื่อน Stop มาที่ จุดเท่าทุน

การบริหารแบบ แบ่งออเดอร์ออกเป็นส่วน

1. แม้ว่าเงื่อนไขการเทรดของผมจะใช้วิธีการออกที่เป้าที่กำหนดไว้ (กำหนด TP ล่วงหน้า) เพราะผมต้องการมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ, แต่ผมก็แยกการบริหารออเดอร์ออกเป็นส่วนๆ เพื่อที่ว่าจะได้มีความยืดหยุ่น

2. ส่วนแรก จะใช้วิธี กำหนด Target Point ล่วงหน้า, ตำแหน่งที่จะวาง TP นั้นแปรผันได้ตามการวิเคราะห์ตลาดของผม โดยปกติแล้วมักจะเป็น แนวรับ/ต้าน อันถัดไป อาจจะเป็น แนวรับ/ต้าน หลัก หรือ รอง ก็ได้

3. ส่วนที่สอง จะใช้วิธีใดวิธีหนึ่งตามนี้

3a. ในตลาดที่เป็นเทรนอย่างราบเรียบ, ส่วนนี้จะใช้วิธี เลื่อน Stop Loss ไล่ตามเทรน โดยวางไว้ให้ไกลกว่าSwing High/Low ชุดก่อนหน้านี้เล็กน้อย, ถ้าเห็น Parabolic หรือ คลื่นส่งตัว อาจจะเลื่อน Stop Loss บีบเข้ามาให้แคบลงอีก โดยตำแหน่งการวาง Stop ดูจาก Time Frame ที่เล็กกว่า (Note ผุ้แปล: Parabolic กับ คลื่นส่งตัวที่ว่า หมายถึงถ้ามีการวิ่งของราคาแรงๆ) การกระทำนี้ก็เพื่อที่ให้มั่นใจว่า มีกำไรจากส่วนนี้แน่ๆ

3b. ในตลาดที่เป็น Side way หรือ แกว่งไปมา (ไม่ว่าจะเป็นเทรนหรือไม่), ส่วนนี้ จะใช้การออกด้วยวิธี เป้าที่กำหนดไว้, โดยปกติแล้วมักจะเป็น แนวรับ/ต้าน หลักอันถัดไป (Note ผู้แปล: กรณีนี้ใช้แนวหลักอย่างเดียว ไม่ใช้แนวรอง), นี่คือวิธีมาตรฐานของผม เพราะมีสมมุติฐานว่า ตลาดเป็น Sideway 70%, ส่วนวิธีเลื่อน Stop Loss ในข้อ 3a. จะใช้ก็ต่อเมื่อเห็นชัดว่า ตลาดเป็นเทรนที่ราบเรียบเท่านั้น

4. ถ้าราคาเริ่มหยุดนิ่ง ก่อนที่จะถึงเป้าทั้งสอง (ทั้ง Stop Loss, Target Point), ส่วนแรก อาจจะออกได้ทุกเมื่อ, ส่วนที่สองอาจจะถือต่อเพื่อให้โอกาส ถึง Target Point หรือ จุดเท่าทุน, แต่ก็อาจจะปิดส่วนที่สองได้ทุกเมื่อเช่นกัน ถ้ารู้สึกว่า ความได้เปรียบหมดไปแล้ว

----------- แปลโดย Rojer FX, http://www.facebook.com/rojer.fx.3 , จบ Part 7 --------

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Exit Strategy] Part 6: My Approach to Exits (1)

[Exit Strategy] Part 6: My Approach to Exits (1)

My Approach to Exits = วิธีการออกของฉัน

(Note ผู้แปล : ในบทนี้ซึ่งเป็นบทสุดท้าย (บทนี้จะถูกแตกออกเป็นอีกประมาณ สามตอนย่อย) จะมาพิจารณา วิธีออกของผู้แต่ง ที่เขาใช้ในการเทรดสั้น ระหว่างวัน)

ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการพิจารณา 1.เป้าหมายการเทรดของผม, 2.ธรรมชาติของตลาดที่ผมเทรด และ 3.ความเหมาะกับจิตวิทยาของผม, ทั้งหมดนี้จะนำมาใช้ในการบริหารการเทรด และ วิธีการออก

1. เป้าหมายการเทรดของผม : เป้าหมายสูงสุดของผมคือ การมีรายได้เข้ามาคงที่ (Note ผู้แปล : เขาหมายถึง ได้น้อยๆ แต่สม่ำเสมอ) ผมไม่ได้หวังแจ๊คพอร์ตใหญ่ ถ้าได้แจ๊คพอร์ตมาบ้างก็ดี แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายหลักอยู่ดี, ฉะนั้น ผมไม่สามารถคอยรอเทรนใหญ่ๆอย่างเดียวได้, ผมจึงเทรดแบบ swing เล็กๆ และตั้งเป้าไว้ที่รายได้ที่สม่ำเสมอ, ผมยอมรับว่า ผมไม่ใช่เทรดได้กำไรทุกวัน แต่ผมก็ตั้งเป้าว่า ทุกสัปดาห์ต้องได้กำไร และที่แน่ๆ ต้องกำไรทุกเดือน, ดังนั้น ในการพัฒนาวิธีการออกของผม ต้องมุ่งเป้าไปที่ การมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีองค์ประกอบมาจาก ทั้ง % ชนะสูง(ชนะบ่อย) และ การใช้ความเสี่ยงที่น้อยๆ(Stop Loss แคบ), แม้ว่า เราจะทำให้ %ชนะบ่อยๆ เพิ่มขึ้นได้โดยการใช้ Stop Loss ที่กว้าง แต่ไม่ใช่ในกรณีของผม เพราะผมต้องการใช้ความเสี่ยงให้น้อยที่สุด, ผมเข้าใจและยอมรับถึงวิธีการเทรดของผม ในการวางออเดอร์บริเวณ แนวรับ/แนวต้าน ซึ่งทำให้มีโอกาสชนะสูงขึ้น และ ทำให้ การวาง Stop Loss ของผมแคบไปด้วย, นอกจากนี้ เพื่อจะควบคุมความเสี่ยงไว้ให้ต่ำ จะต้องไม่มีออเดอร์ที่เสี่ยงมากในระดับที่เสี่ยงต่ออาชีพทั้งอาชีพของผม กล่าวคือ การแพ้แต่ละครั้ง ต้องเล็กในระดับที่ สามารถกอบกู้ความเสียหายได้ด้วย การชนะในอีกวันได้

ตัวอย่างภาพการสอนเรื่อง "การวาง Stop Loss ที่ดี" ใน Advance Forex Class ของผู้แปล (Rojer FX), ซึ่งใกล้เคียงกับ วิธีวาง Stop Loss ของผู้แต่งหนังสือเล่มนี้

(ติดตามการสอน Forex Class เพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/rojer.fx.3 )

2. ธรรมชาติของตลาดที่ผมเทรด : ผมเกลียดมากเมื่อถูกถามว่า “คิดว่าคำพูดที่ว่า The Trend is your friend” เป็นจริงไหม? ถ้าจะตอบว่า Trend เป็นเพื่อนจริง ก็ต้องบอกเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อนคนนี้นี่ เชื่อถือไม่ค่อยได้ด้วยนะ, สำหรับผมแล้ว การมาวิ่งตามเทรน เป็นสิ่งที่ขัดต่อ จิตวิทยาของผมมาก เพราะการพยายามตามเทรน ต้องอดทนต่อการ cut loss บ่อยๆ ซ้ำๆ ทำให้ทุนลดลงๆ ในระหว่างการรอให้เทรนใหญ่ให้เกิดขึ้นจริงๆสักครั้ง (Note ผู้แปล : ผมชอบเปรียบเทียบว่า การเป็น trend follower เป็นเหมือนซื้อหวย เพราะโอกาสถูกน้อย แต่ ถ้าถูกจะได้เยอะ)

ในตลาดฟอเร๊กซ์ มักจะเห็นเทรนสวยๆใน Time Frame ใหญ่, แต่จากประสบการณ์ของผม ซึ่งเล่นใน Time Frame เล็ก กลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น, ตลาดใช้เวลาส่วนใหญ่เป็น sideway ซะมากกว่าจะเป็นเทรน แม้ว่า บางครั้งพอเป็นเทรนทีก็วิ่งยาวออกไปไกลก็ตาม, ฉะนั้น ใน Time Frame ที่ผมเทรด ผมต้องใช้วิธีออก ที่ไม่ได้คอยเฝ้าหวังเทรน, ผมจึงเลือกวิธีตีกรอบของราคา แบบ Sideway Swing Trading เพราะผมรู้สึกว่าเหมาะสมกว่า

3. ความเหมาะกับจิตวิทยาของผม : ถึงตรงนี้มาดูกันว่า การเลือก 1.เป้าหมายการเทรด กับ 2.มุมมองต่อธรรมชาติของตลาด ของผม จะเข้ากับ นิสัยของผมหรือไม่,

อันดับแรกเลย คือ การรู้ตัวว่า แม้ว่าผมเกลียดการแพ้ แต่ยิ่ง เกลียดการแพ้ที่ไม่จำเป็นมากกว่าซะอีก , ดังนั้น ผมจะยอมแพ้ เมื่อระบบบอกให้ cut loss เพื่อไม่ให้ความเสียหายมากกว่าที่ควร, ผมยอมรับความเสียหายเที่เกิดจากการไร้วินัยไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น, ดังนั้น ผมจึงต้องมีแผนการออกที่ชัดเจนทุกครั้ง และ ต้องอยู่กับแผนตลอดการเทรด เพื่อให้มั่นใจว่า ความเสี่ยงยังอยู่ในแผนทุกอย่าง

อีกเรื่องที่ผมรับไม่ได้คือ การที่เห็น ออเดอร์เคยเป็นบวกอยู่แล้ว สุดท้ายออกด้วยลบ, ถ้าผมได้กำไรแค่เล็กน้อย หรือ เท่าทุน ผมยอมรับได้, แต่ถ้าปล่อยให้ออเดอร์เคยเป็นบวก แล้ว ย่อลงมาจนเข้าเขตลบ ผมจะตีตวามว่า ผมล้มเหลวในการบริหารออเดอร์นั้น, ฉะนั้นผมจึงคอยจ้อง ที่จะเลื่อน Stop Loss ตามมาที่ จุดเท่าทุนเสมอ (Note ผุ้แปล : เรื่องการ stop loss นี่ถูกสอนอย่างละเอียดใน Advance Forex Class by Rojer FX)

เรื่องสุดท้ายคือ จริงอยู่ว่าผมก็อยากจะจับเทรนได้เต็มๆเหมือนคนอื่น แต่ผมก็ไม่รู้สึกอะไรมาก ถ้าไม่ได้กินเทรนจนสุด, ผมพอใจกับการได้กำไรเล็กๆ แต่เรื่อยๆ ในจุดที่โอกาสงามๆ มากกว่า

ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่ผมใช้พิจารณาเพื่อออกแบบวิธีออกของผม ซึ่งมี 1.เป้าหมายการเทรดของผม, 2.ธรรมชาติของตลาดที่ผมเทรด และ 3.ความเหมาะกับจิตวิทยาของผม, ในตอนหน้า เราจะมาดูรายละเอียดปลีกย่อย ลึกลงไปเพิ่มเติมกัน

(Note ผู้แปล : เนื่องจากผู้แต่งบรรยายยาวไปหน่อย ผมจึงช่วยสรุปให้เห็นภาพชัดๆนะครับ ว่า

1. เขาเลือก Stop Loss แบบแคบ, ส่วน % ชนะสูง ได้มาด้วยวิธีไปรอเข้าที่ แนวรับ/แนวต้าน

2.เขาเลือก Sideway Swing Trade ไม่ใช่ Trend Follow

3.เขาเลือกวิธีการเลื่อน Stop Loss โดยเฉพาะ รีบๆเลื่อนมายัง จุดเท่าทุน)

----------- แปลโดย Rojer FX, http://www.facebook.com/rojer.fx.3 , จบ Part 6 --------

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Exit Strategy] Part 5: My Exit Beliefs (3)

[Exit Strategy] Part 5: My Exit Beliefs (3)

ในสองตอนที่แล้ว ได้พูดถึง หลักการและความเชื่อส่วนตัวของผู้แต่งไปรวม 6 ข้อแล้ว ที่เขาใช้ในการสร้าง ระบบออก, ตอนนี้จะมาพูดถึงความเชื่อเหล่านั้นต่ออีก 3 ข้อ สุดท้าย

ความเชื่อ #7 : การเลือกวาง Stop Loss จะต้องได้อย่างเสียอย่าง ระหว่าง ความถี่ในการชนะ กับ ปริมาณชนะแต่ละครั้ง

เรื่องนี้เคยเกริ่นไปนิดๆแล้วตอนพูดถึงเรื่อง จิตวิทยาการเทรด

ได้ความถี่ เสียปริมาณ : ถ้าอยากจะชนะบ่อยๆ (% winning สูงๆ) ต้องใช้วิธี Stop Loss กว้าง ที่จะมาพร้อมกับข้อเสียคือ อาจได้กำไรเพียงนิดเดียวในการชนะแต่ละครั้ง แต่ เมื่อแพ้จะขาดทุนเยอะ, ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้ Stop Loss กว้าง ก็จะทำให้ราคามีพื้นที่ในการแกว่งตัวมากขึ้น ก่อนที่จะวิ่งถูกทางเรา, เราจึงมีโอกาสชนะบ่อยขึ้น แต่ นานๆครั้งก็จะเกิดกรณีที่ว่า ราคาแกว่งมาจนชน Stop Loss แบบกว้างของเรา ซึ่งทำให้เราต้องพบกับการขาดทุนที่เยอะ เพราะจุด Stop อยู่ไกลนั่นเอง

ได้ปริมาณ เสียความถี่ : ในทางตรงกันข้ามกับกรณีด้านบน, ถ้าอยากจะได้ “กำไร ต่อ ขาดทุน” สูงๆ ก็ต้องยอมเสีย ความถี่ในการชนะ โดยการใช้ Stop Loss ที่แคบลง, การทำแบบนี้จะทำให้ “อัตราส่วนเฉลี่ย ชนะ/แพ้” มากขึ้น (Noteผู้แปล : ชนะแต่ละครั้งได้มากเฉลี่ย 30 pip และ แพ้แต่ละครั้งเสียน้อยเฉลี่ย 5pip,  อัตราส่วนเฉลี่ย คือ 30/5 = 6), การใช้Stop Loss ที่แคบ ย่อมทำให้ เมื่อโดน Stop แต่ละครั้ง ขาดทุนเพียงเล็กน้อย(ตัวหารเล็) แต่โอกาสกำไรก็ยังอยู่เมื่อถูกทาง ซึ่งทำให้ค่าอัตราส่วนเฉลี่ยน ชนะ/แพ้ สูงขึ้น, แต่การมี Stop Loss ที่แคบย่อมมาพร้อมกับข้อเสียคือ ชน Stop บ่อยขึ้น จึงทำให้ความถี่ในการชนะ (% winning) ลดลง

หลักการที่ต้องเลือกระหว่าง ความถี่ กับ ปริมาณ ใช้ได้กับการวาง Target point เช่นกัน, ปกติจะนิยมการวางTarget Point (TP) กว้าง 2-3 เท่าของ Stop Loss, ซึ่งการทำแบบนี้ ต้องพบกับ ความถี่ในการชนะที่ลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้(จะเอาปริมาณ ก็ต้องเสียความถี่)

ถึงตรงนี้ ต้องมาพิจารณาเรื่องจิตวิทยาอีกครั้ง ว่า คุณรู้สึกว่าเหมาะกับแบบไหน ในการเลือกระหว่าง ความถี่ กับ ปริมาณ ? ชนะบ่อยๆแต่น้อยๆ หรือ นานๆชนะทีแต่ได้เต็มๆ (อย่าลืมด้วยว่า ชนะบ่อยๆจะแพ้หนัก และ ได้เต็มๆจะแพ้บ่อย)

ผมรู้นะว่า คุณคิดอะไรอยู่ คุณอยากได้วิธีที่ ชนะบ่อยๆ และ ปริมาณมากๆ ใช่ไหมละ ? ฝันต่อไปนะ  เพราะมันจะไม่มีวันเกิดขึ้น

ความเชื่อ #8 : ให้วาง Stop Loss ในตำแหน่งที่ เป็นจุดตัดสินว่า การวิเคราะห์ตลาดของเราผิดทางแล้ว

ให้วาง Stop Loss ให้แคบที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยที่ยังรองรับการแกว่งตัว(noise) ได้, ซึ่งถ้าการวิเคราะห์ของคุณถูกทาง ถูกจังหวะแล้วละก็ ราคาไม่ควรจะไปชน Stop ของคุณ, ฉะนั้น ให้วาง Stop Loss บนพื้นฐานของการวิเคราะห์รูปแบบกราฟ รูปแบบราคา, ไม่ใช่วางในตำแหน่งที่บอกว่าคุณจะยอมเสียได้มากน้อยแค่ไหน, ถ้าการใช้ SL จากรูปแบบกราฟ ทำให้ต้องทนเสียเงินเยอะไป ให้ลดขนาดของการเทรดลงให้เหมาะ หรือ อาจจะปล่อยออเดอร์นั้นไป ไม่เข้าเทรด(Note ผู้แปล : เรื่องนี้ผมสอนใน Advance Forex Class ว่า ให้คำนวณ SL สองขั้น, ขั้นแรก ให้คำนวณจาก เงินที่เรายอมเสียก่อน แล้ววาง SL ไปก่อน, ขั้นสอง ให้ปรับ ตำแหน่ง SL โดยดูจากกราฟว่า บริเวณนั้น มีแนวรับแนวต้านอะไรที่สำคัญไหม ถ้ามี ให้เลื่อน SL ไปที่บริเวณนั้น แล้วตรวจทาน ปริมาณเงินอีกรอบ, ถ้าจำนวนเงินเปลี่ยนแปลงเยอะไป ให้ไปแก้ไขที่ Lot แทน)

ภาพที่ใช้สอนเรื่อง การวาง SL สองขั้นใน Advance Forex Class by Rojer FX

ความเชื่อ #9 : เมื่อความได้เปรียบหมดไป ให้ออกจากตลาด

ไม่มีใครบังคับคุณให้ทนถือ ออเดอร์ จนชน Stop Loss ทุกครั้ง, หลักการง่ายๆ คือ ถ้ารู้สึกว่าตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ให้ออกไปก่อน แล้ว ถ้าเห็นจังหวะดีๆ ค่อยกลับเข้ามาใหม่ก็ได้

ที่จริงมีวิธีที่ดีมากๆ ในการเพิ่ม “อัตราส่วนเฉลี่ย ชนะ/แพ้” นั่นคือ การลดขนาดของการแพ้นั่นเอง

เทรดเดอร์จำนวนมาก จะไม่ยอมเทรด ถ้า “อัตราส่วนเฉลี่ย ชนะ/แพ้” น้อยกว่า 2:1, แต่สำหรับผม (Lance Beggs)ผมจะยอมรับ 1:1 ทุกเมื่อ เพราะผมจะคอยเล็งไม่ให้ออเดอร์ ชน SL, ถ้ารู้สึกว่าราคาผิดทางจากที่ผมวิเคราะห์ไว้ ผมก็จะออกทันที ดังนั้น การแพ้เฉลี่ยของผม ก็จะน้อยกว่า 1

ถึงตรงนี้ ผมจะทิ้งช่วงให้พวกคุณได้ตกผลึก

แล้วบทต่อไปจะมาดู วิธีวาง Stop Loss ของผมในการเล่น Day Trade, และ จะมาดูคำแนะนำจากพวก เทรดเดอร์ และ ครูสอนเทรดทั้งหลายที่มีบทบาทต่อการวางแผนการออกของผมด้วย

----------- แปลโดย Rojer FX, http://www.facebook.com/rojer.fx.3 , จบ Part 5  --------